Anitech invades IoT market, raising more than 100 million baht from Hawthorn Resources

Thomas-Pichen Hongpakdee, Chief Executive Officer of Smart ID Group Co., Ltd., manufacturer and distributor Consumer electronics devices under the brand “Anitech” revealed after Anitec raised funds to focus on building IoT systems and products, aiming to be the number 1 leader in Southeast Asia.

Previously, Anitech Launched the first anitech IOT plug, H1000, in Thailand in June And plans to expand the market in new business and industrial sectors This fund raising is worth over 100 million baht from the Hawthorn Resources Fund, which is a fund that holds shares in the Central Retail Corporation Group and with the strength in additional funds to support product expansion and IoT systems combined with IoT Group product development expertise to develop innovative products that help businesses and quality products align with Anis’s strategic direction. And more Formerly focusing on IoT development just B2B. Now, Anitech will focus on developing IoT products in the product segment. The B2C market has increased from the strength of Anitech which already has IoT Platform and has expertise in development. Home electrical appliances To suit the market and retail customer needs, with IoT as a selling point in the market. In order to improve the quality of life for customers to be convenient, safe, for leadership, innovation, happiness in your home

ปัจจุบันในตลาดทั่วโลกมีจำนวนสินค้า IoT กว่า 8.4 พันล้านชิ้น ซึ่งเพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา คาดว่า ในปี 2563 จะมีบริษัทมากกว่า 65% ที่ใช้ผลิตภัณฑ์และโซลูชัน IoT ซึ่งแนวโน้มในปี 2568 การใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสินค้า IoT ทั่วโลก จะมีมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 63 ล้านล้านบาท ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกที่จะมีมูลค่าถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 315 ล้านล้านบาท ขณะที่การการคาดการณ์ในประเทศไทยปี 2568 จะมีการใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์ IoT ถึง 5 แสนล้านบาท ทั้งนี้ ในอนาคตอุปกรณ์ดีไวซ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันจะถูกเชื่อมต่อใช้งานผ่านอุปกรณ์ IoT

จากผลสำรวจข้อมูลผู้บริโภคจากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ จำนวน 7,700 คน พบว่า IoT จะกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญมากขึ้นในการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคยุคใหม่ และเมื่อวิเคราะห์ถึงประเภทของอุปกรณ์ที่ผู้บริโภคสนใจ พบว่า 77% อยากให้มีระบบเตือนภัยอัจฉริยะในบ้าน ในขณะที่ราว 73% ต้องการให้มีระบบช่วยควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าและจัดการพลังงานภายในบ้านเพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย และลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค ชัดเจนแล้วว่าในอนาคตอุปกรณ์ IoT จะถูกนำมาใช้มากขึ้นในเมืองไทย โดยวันที่ 28-31 ตุลาคมนี้ ในงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค แอนิเทคได้เปิดบูธโชว์สินค้านวัตกรรม IoT ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมสำหรับการก้าวขึ้นสู่ผู้เล่นแถวหน้าของเมืองไทยและภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในไม่ช้าสินค้า IoT จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างไม่ทันตั้งตัว…